เก้าอี้ Wassily ไม่ได้ออกแบบให้ Wassily: เก้าอี้ที่ได้แรงบันดาลใจจากจักรยาน กับชื่อที่ถูกเปลี่ยน
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์การออกแบบ คือชื่อของเก้าอี้ตัวหนึ่ง Wassily Chair ไม่ได้ออกแบบให้ Wassily Kandinsky และชื่อนี้ไม่ได้มาจาก Marcel Breuer ด้วยซ้ำ แต่เป็นการตัดสินใจทางการตลาดของโรงงานอิตาลีแห่งหนึ่งในอีกสามสิบกว่าปีต่อมา
มีจักรยานก่อน จึงมีเก้าอี้ตัวนี้
ปี 1925 Breuer ซื้อจักรยานคันแรกในชีวิต สิ่งที่เขาสังเกตไม่ใช่ความรู้สึกตอนปั่น แต่เป็นเฟรม ท่อเหล็กที่บางขนาดนั้นรับน้ำหนักผู้ใหญ่คนหนึ่งได้ แถมยังเบาพอที่จะยกด้วยมือเดียว ตอนนั้นเขาเป็นหัวหน้าเวิร์กช็อปเฟอร์นิเจอร์ของ Bauhaus วิทยาเขตเดสเซา อายุยี่สิบสามปี
กระบวนการเปลี่ยนความคิดนี้ให้เป็นเก้าอี้ไม่ได้โรแมนติกขนาดนั้น การดัดท่อเหล็กในยุคนั้นเป็นทักษะของช่างประปา ไม่ใช่ของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ตัวอย่างชิ้นแรกๆ ทำขึ้นด้วยฝีมือของช่างท่อในท้องถิ่น ข้อจำกัดที่สำคัญกว่านั้นอยู่ที่ตัววัสดุเอง ท่อเหล็กในยุคนั้นมีรอยเชื่อมทั้งหมด พอดัดโค้งรอยเชื่อมก็ยุบ เก้าอี้ตัวนี้เกิดขึ้นได้เพราะโรงงานเหล็ก Mannesmann ของเยอรมนีพอดีทำกระบวนการผลิตท่อเหล็กไร้ตะเข็บได้สมบูรณ์
พูดอีกอย่างคือ เก้าอี้ที่ดังที่สุดของ Bauhaus มีเงื่อนไขตั้งต้นเป็นกระบวนการทางโลหะวิทยา ประวัติศาสตร์การออกแบบมักบันทึกความดีความชอบไว้ที่ตัวนักออกแบบ แต่ถ้าปี 1925 ไม่มีท่อไร้ตะเข็บเส้นนั้น สิ่งที่อยู่ในมือ Breuer ก็มีแค่ไอเดียที่วาดออกมาได้แต่ทำจริงไม่ได้
ชื่อนั้นมาจากไหน
Kandinsky สอนอยู่ที่ Bauhaus ในช่วงเดียวกัน เขาเห็นงานที่ทำเสร็จแล้วชื่นชอบมาก Breuer จึงทำอีกตัวหนึ่งไปวางไว้ที่พักของ Kandinsky เรื่องราวจบลงแค่นั้น เก้าอี้ตัวนี้ในเวลานั้นใช้ชื่อรุ่นว่า Model B3 ไม่มีใครเรียกมันว่า Wassily
หลังสงคราม ผู้ผลิตชาวอิตาลี Gavina ได้ลิขสิทธิ์กลับมาผลิตใหม่ และระหว่างค้นประวัติของเก้าอี้ก็ไปเจอเกร็ดตอนนี้เข้า จึงเอาชื่อของ Kandinsky ขึ้นไปใส่ เรื่องเล่าที่ฟังดูดี บวกกับคนดังที่มีอยู่แล้ว ขายง่ายกว่ารหัส B3 มาก ปี 1968 Knoll ซื้อ Gavina งานออกแบบของ Breuer จึงเข้าไปอยู่ในแคตตาล็อกของ Knoll ทั้งหมด และชื่อนี้ก็ถูกตรึงไว้ตั้งแต่นั้น
รุ่นดั้งเดิมไม่ใช่หนัง แต่เป็นด้ายฝ้ายเคลือบขี้ผึ้ง
Wassily ที่เห็นกันทุกวันนี้เกือบทั้งหมดเป็นเวอร์ชันสายหนังสีดำ ซึ่งเป็นเวอร์ชันของ Gavina หลังสงคราม ส่วน Model B3 ที่ Thonet ผลิตช่วงปลายทศวรรษ 1920 ใช้สายผ้า ด้านหลังขึงด้วยสปริง และยังแบ่งเป็นแบบพับได้กับพับไม่ได้
วัสดุของสายผ้านั้นเรียกว่า Eisengarn แปลตรงตัวว่าด้ายเหล็ก เป็นด้ายฝ้ายเคลือบขี้ผึ้งที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้า คนที่พัฒนามันจนรับน้ำหนักร่างกายคนได้ และทำเป็นสายทอสำหรับเฟอร์นิเจอร์ท่อเหล็กของ Breuer คือ Margaretha Reichardt (1907-1984) นักศึกษาจากเวิร์กช็อปทอผ้าของ Bauhaus เก้าอี้ตัวนี้ในหนังสือประวัติศาสตร์การออกแบบทุกเล่มติดชื่อ Breuer คนเดียว แต่สายไม่กี่เส้นที่รับน้ำหนักตอนเรานั่งลงไปนั้นคืองานของเธอ
เวอร์ชันของ Thonet เลิกผลิตไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นเวอร์ชันที่หายากที่สุดในปัจจุบัน
ท่อเหล็กเส้นนั้นไปอยู่ที่ไหนต่อ
อีกสามปีต่อมา Breuer ทำเก้าอี้ Cesca (1928) ท่อเหล็กถูกดัดเป็นโครงคานยื่นที่ไม่มีขาหลัง นั่งลงไปแล้วจะเด้งกลับเบาๆ เป็นเก้าอี้ท่อเหล็กหุ้มหวายที่ผลิตจำนวนมากรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ ชื่อมาจาก Francesca ลูกบุญธรรมของเขา เขาย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกาในปี 1937 ได้สัญชาติปี 1944 และช่วงครึ่งหลังของชีวิตทำงานสถาปัตยกรรมเป็นหลัก
NOSA ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Knoll และไม่ได้ขาย Wassily แต่สามสิ่งที่ท่อเหล็กเส้นนั้นทิ้งไว้ อยู่ในเฟอร์นิเจอร์ทุกวันนี้เต็มไปหมด และเป็นสิ่งที่เราดูจริงๆ ตอนคัดสินค้า
ข้อแรกคือคู่ตรงข้ามระหว่างโครงโลหะชุบโครเมียมกับวัสดุอีกชนิดที่ให้ความอบอุ่น ALTER Chair ของ Rareraw จากเกาหลีใต้คือโครงโลหะชุบโครเมียมคู่กับไม้สี ที่นั่งกับพนักพิงเลือกสีเดียวกันหรือสลับสีก็ได้ ออกแบบโดยสตูดิโอ SWNA จากโซล ขนาด W41 x D48.8 x H76 ซม. ข้อที่สองคือเหล็กพ่นสีฝุ่น ยุคของ Breuer ยังไม่มีกระบวนการนี้ มันทำให้ท่อเหล็กเป็นสีอะไรก็ได้ ไม่ใช่มีแค่ผิวเงา PIN STOOL ของ Rareraw ใช้กระบวนการนี้ หนัก 3.3 กิโลกรัม และวางซ้อนกันได้
ข้อที่สามน่าสนใจที่สุด ความยืดหยุ่นมาจากตัวโครงสร้างเอง ไม่ใช่จากกลไก คานยื่นของ Cesca ไม่มีสปริงหรือชิ้นส่วนเคลื่อนไหวใดๆ การเด้งกลับเป็นเรื่องของท่อเหล็กล้วนๆ เก้าอี้มีที่วางแขน Flexback ของ Zuiver ใช้แนวคิดเดียวกัน เวลาพิงลงไปแผ่นพนักทั้งแผ่นจะยอมถอยไปด้านหลังนิดหนึ่ง อาศัยความยืดหยุ่นของโครงสร้างที่รองรับ วิธีแก้ปัญหาเมื่อร้อยปีก่อน วันนี้ยังใช้อยู่
คำถามที่พบบ่อย
ใครออกแบบ Wassily Chair และเมื่อไร
Marcel Breuer นักออกแบบเชื้อสายฮังการี ออกแบบระหว่างปี 1925 ถึง 1926 ที่ Bauhaus เมืองเดสเซา ประเทศเยอรมนี ตอนนั้นเขาเป็นหัวหน้าเวิร์กช็อปเฟอร์นิเจอร์ของ Bauhaus รุ่นดั้งเดิมใช้ชื่อรุ่นว่า Model B3
Wassily Chair ออกแบบให้จิตรกร Kandinsky หรือเปล่า
ไม่ใช่ Wassily Kandinsky สอนอยู่ที่ Bauhaus ในช่วงเดียวกัน เขาเห็นงานที่ทำเสร็จแล้วชื่นชอบมาก Breuer จึงทำอีกตัวหนึ่งไปวางไว้ที่พักของเขา ส่วนชื่อ Wassily เกิดขึ้นหลายสิบปีต่อมา ตอนที่ผู้ผลิตชาวอิตาลี Gavina กลับมาผลิตใหม่ แล้วไปเจอเกร็ดเรื่องนี้ระหว่างค้นประวัติของเก้าอี้ จึงหยิบมาใช้
ทำไมเก้าอี้ตัวนี้ต้องรอถึงปี 1925 จึงทำออกมาได้
เพราะท่อเหล็ก ก่อนที่โรงงานเหล็ก Mannesmann ของเยอรมนีจะทำกระบวนการผลิตท่อเหล็กไร้ตะเข็บได้สมบูรณ์ ท่อเหล็กทุกเส้นมีรอยเชื่อม พอดัดโค้งรอยเชื่อมก็ยุบ Breuer ซื้อจักรยานคันแรกในชีวิตเมื่อปี 1925 และประทับใจความเบาของเฟรม จึงเริ่มเอาวัสดุนี้มาทำเฟอร์นิเจอร์
ที่นั่งรุ่นดั้งเดิมเป็นหนังหรือเปล่า
ตอนแรกไม่ใช่ Model B3 ที่ Thonet ผลิตช่วงปลายทศวรรษ 1920 ใช้สายผ้า ด้านหลังขึงด้วยสปริง วัสดุคือผ้าทอจากด้ายฝ้ายเคลือบขี้ผึ้งที่เรียกว่า Eisengarn ซึ่งแปลตรงตัวว่าด้ายเหล็ก การเปลี่ยนมาใช้สายหนังสีดำเกิดขึ้นหลังสงคราม เมื่อ Gavina รับช่วงต่อ
NOSA ขาย Wassily Chair ไหม
ไม่มีจำหน่าย งานออกแบบของ Breuer ปัจจุบันผลิตโดย Knoll ซึ่ง NOSA ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่าย บทความนี้เป็นบทความแนะนำบุคคลในวงการออกแบบ ไม่ใช่บทความขายสินค้า
แหล่งข้อมูล
- Wassily chair — Wikipedia
- Marcel Breuer — Wikipedia
- Cesca chair — Wikipedia
- ภาพ: Wikimedia Commons สิทธิ์การใช้งานและชื่อผู้ถ่ายระบุไว้ในคำบรรยายของแต่ละภาพ
- ราคาและสต๊อก: หน้าสินค้า NOSA RARERAW, หน้าสินค้า NOSA ZUIVER